โจเซฟ กวาร์ดิโอล่า กุนซือหนุ่มของ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า ยกย่องให้เป็นซีซั่นแห่งประวัติศาสตร์ของสโมสร หลังจากสยบ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด 2-0 ผงาดครองถ้วยแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่กรุงโรม เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ยกปรัชญาการเล่นเกมรุกคือกุญแจสำคัญที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จคว้า 3 แชมป์มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่
โจเซฟ กวาร์ดิโอล่า เทรนเนอร์บาร์เซโลน่า เจ้าบุญทุ่มแห่งสเปน ออกมากล่าวยกย่องความสำเร็จของทีมหลังชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดทีมจากเกาะอังกฤษ 2-0 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ ที่สนาม โอลิมปิก สเตเดี้ยม ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันพุธที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา สร้างประวัติศาสตร์ครองทริปเบิ้ลแชมป์ครั้งแรกของสโมสรหลังได้แชมป์ลา ลีกา และโกปา เดล เรย์ มาก่อนหน้านี้
"ผมอยากจะลาออกทันทีในวันพรุ่งนี้เลย ผมไม่สามารถประสบความสำเร็จมากไปกว่านี้แล้ว" กวาร์ดิโอล่า วัย 38 ปี กล่าวติดตลกหลังจากเขากลายเป็นโค้ชที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ที่นำทีมคว้าถ้วยแชมป์หมายเลขหนึ่งของยุโรปทั้งที่เพิ่งจะเข้ามาคุมทีมได้เป็นปีแรก "เราทุกคนมีความสุขมากๆ เรารู้สึกตื่นเต้น และผมก็อยากแสดงความยินดีกับทุกคนในสโมสร"
"เราไม่ใช่ทีมที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่เราเล่นในฤดูกาลที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร ด้วยการคว้า 3 แชมป์ และการเล่นที่เราแสดงออกมาให้เห็น เราเผชิญปัญหามากมายในคืนนี้ และเจอแรงกดดันมหาศาล แต่ประตูของซามูเอล (เอโต้) ยอดเยี่ยมมาก จากนั้น (ลีโอเนล) เมสซี่ ถอยลงมาในแผงกลางเพราะเราต้องการครองบอลให้มากขึ้น ถึงจะมี เธียร์รี่ อองรี อยู่ในตำแหน่งมิดฟิลด์อยู่แล้วก็ตาม เราเล่นอย่างยากลำบาก แต่ผมก็มีความสุขมาก"
กวาร์ดิโอล่า ที่อยู่ในทีมบาร์ซ่า ชุดแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ 1992 ยอมรับว่าได้ศึกษาข้อผิดพลาดจากเกมที่แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด ในรอบรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลก่อน มาปรับแผนการเล่นในคืนนี้ "ในช่วงต้นเกมเราเจอปัญหาอยู่พอสมควร เราไม่คิดว่ายูไนเต็ด จะไล่บีบพื้นที่ขึ้นมาสูงขนาดนี้ ทำให้เรามีปัญหาในการสร้างเกม และเราก็ต้องยอมรับว่าพวกเขามีโอกาสลุ้นประตูจากฟรีคิกของ (คริสเตียโน่) โรนัลโด้ แต่หลังจาก (อันเดรส) อิเนียสต้า เปิดบอลให้เอโต้ ยิงประตูแรกได้ เราก็พยายามครองบอลมากขึ้น และขึ้นเกมจากตรงกลางสนาม"
"เมื่อปีที่แล้วเราเห็น ลีโอ (เมสซี่) ประสบปัญหากับ (ปาทริค) เอวร่า ทำให้เราโยกเขามาเล่นตรงกลางคู่กับ ชาบี และอิเนียสต้า เพื่อเพิ่มผู้เล่นในแดนกลาง เรามีโอกาสทำประตูหลายครั้งเช่นเดียวกับคู่แข่ง แต่ท้ายที่สุดเราเป็นฝ่ายคุมบอลได้มากกว่า สำหรับเรามันจะกลายเป็นหายนะทันทีหากครองเกมไม่ได้ เมื่อเราทำได้จากนั้นก็พยายามไม่ให้เสียบอล และผ่านบอลให้แม่นยำ"
"ยูไนเต็ด ก็พยายามจะครองบอลไว้กับ (เนมานย่า) วิดิช ,(ริโอ) เฟอร์ดินานด์ และ (ไมเคิ่ล) คาร์ริค ที่เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม พวกเขายังพยายามจะเปิดเกมสวนกลับเร็วโดยอาศัย โรนัลโด้ และ (เวย์น) รูนี่ย์ แต่เราสามารถคุมเกมได้อย่างยอดเยี่ยม"
"เราบอกพวกกองหลังว่าสิ่งสำคัญเมื่อเรากำลังเปิดเกมรุกในครึ่งหลังคือต้องไม่ปล่อย โรนัลโด้,รูนี่ย์,(คาร์ลอส) เตเวซ และ (ดีมิทาร์) เบอร์บาตอฟ ให้คลาดสายตาไปได้ และพวกเขาก็ทำหน้าที่ได้อย่างไม่บกพร่อง"
อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติสเปน ยังพูดถึงปรัชญาในการเล่นของขุนพล "เจ้าบุญทุ่ม" หลังจากยิงได้มากกว่า 150 ประตูจากทุกรายการในฤดูกาลนี้ว่า "ถ้าคุณได้บอล คุณก็ต้องเปิดเกมรุก และมันจะทำให้คุณมีโอกาสมากขึ้นที่จะชนะ เราไม่ใช่พวกขี้ขลาด เราไม่มีทางแสดงออกมาให้เห็นในการแข่งขันอย่างเด็ดขาด ไม่มีอะไรอันตรายมากไปกว่าการไม่ยอมเสี่ยง เราทำงานหนักหลายสิบชั่วโมงตลอดฤดูกาล และผมก็รู้ว่ามีผู้คนมากมายมีความสุข และนี่คือผลตอบแทนที่เราทุกคนได้รับ"
นอกจากนี้ กวาร์ดิโอล่า ที่เคยลงเล่นในลีกอิตาลี กับเบรสชา และโรม่า ในช่วงบั้นปลายชีวิตค้าแข้ง ยังขออุทิศตำแหน่งเจ้ายุโรปให้ เปาโล มัลดินี่ กัปตันทีมเอซี มิลาน ที่เตรียมจะปิดฉากชีวิตค้าแข้ง 24 ปีหลังจบฤดูกาลนี้ แต่ต้องเจอเหตุการณ์น่าผิดหวังที่มีแฟนบอลบางส่วนทำป้ายข้อความ และส่งเสียงโห่ ในการลงเตะนัดสุดท้าย ที่ซาน ซิโร่ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
"ผมคิดว่าคนแค่ 20-30 คน ไม่อาจทำลายความทรงจำในเกมสุดท้ายของเขา (ในซาน ซิโร่) ผมมีความสุขมากที่คว้าแชมป์ถ้วยนี้ได้ และรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะอุทิศให้กับนักเตะที่ยืนหยัดอย่างแข็งแกร่งมาตลอด 20 ปี ผมขออุทิศความสำเร็จนี้ให้กับวงการฟุตบอลอิตาลี และเปาโล มัลดินี่ ที่ไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรเพราะเขาได้รับการยกย่องจากผู้คนทั่วยุโรปเสมอ"
........................................................................................................................................................................
ข่าวขอบคุณข้อมูลจาก:
สยามกีฬา