
สื่อแดนผู้ดี ตีข่าวใหญ่รับ สุไลมาน อัล-ฟาฮิม เจ้าสัวจากยูเออี ว่าที่เจ้าของทีมคนใหม่ "ปอมปีย์" พอร์ทสมัธ ทันที ชี้กำลังจะเขี่ย พอล ฮาร์ท โค้ชที่ทำให้ทีมรอดตกชั้นออกจากตำแหน่ง พร้อมคว้า สเวน โกรัน อีริคส์สัน กุนซือคนดังชาวสวีดิช เข้ามารับบทสำคัญในการสร้างสโมสรให้ก้าวไปเป็นทีมชั้นนำในอนาคต
"สกาย สปอร์ต นิวส์" สำนักข่าวกีฬายักษ์ใหญ่แดนผู้ดี เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่า สุไลมาน อัล-ฟาฮิม มหาเศรษฐีจากสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ว่าที่ประธานสโมสร พอร์ทสมัธ แห่งศึกพรีเมียร์ลีก ตั้งเป้าดึง สเวน โกรัน อีริคส์สัน อดีตผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ มานั่งคุมทัพแข้ง "เดอะ ปอมปีย์" ในฤดูกาลหน้า
เจ้าสัวพันล้านจาก อาบูดาบี ซึ่งใกล้เข้าครองกิจการในถิ่น แฟร็ตตัน พาร์ค เร็ววันนี้ ตกเป็นข่าวลือว่ากำลังตัดสินใจคว้าตัวอดีตกุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งกำลังว่างงาน หลังถูกไล่ออกจากตำแหน่งนายใหญ่ทีมชาติเม็กซิโก เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา เข้ามาทำหน้าที่ต่อจาก พอล ฮาร์ท กุนซือชั่วคราว ที่แม้จะช่วยให้ทีมรอดตกชั้น หลังจากเข้ามารับตำแหน่งต่อจาก โทนี่ อดัมส์ แต่ทว่าอนาคตยังไม่มีความแน่นอนว่าจะได้ทำงานต่อไปหรือไม่
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา สโมสรจากแดนใต้ของแดนผู้ดี ออกแถลงการณ์ว่า พวกเขารับข้อเสนอขอซื้อกิจการของ อัล-ฟาฮิม เรียบร้อยแล้ว และขั้นตอนการซื้อขายสโมสรจาก อเล็กซานเดร กายดามัค เจ้าของทีมคนปัจจุบัน ก็น่าจะเสร็จสิ้นภายในสัปดาห์หน้า โดย บิลเลียนแนร์ชาวอาหรับ ซึ่งดำรงตำแหน่ง สมาชิกบอร์ดบริหารบริษัท อาบูดาบี ยูไนเต็ด กรุ๊ป ฟอร์ เดเวลอปเมนต์ และ อินเวสต์เมนต์ ออกมาให้ความหวังกับบรรดาแฟนพอร์ทสมัธทันทีว่า เขาจะสร้างสโมสรแห่งนี้ให้เป็นทีมที่ยอดเยี่ยมในวันข้างหน้า
อัล-ฟาฮิม กล่าวผ่าน "อราเบียนบิสซิเนสส์ ดอท คอม" (www.arabianbusiness.com) เว็บไซต์ข่าวแดนตะวันออกกลางว่า " ทุกสิ่งที่ผมได้เห็น ทำให้ผมแน่ใจว่าพวกเราสามารถสร้างสโมสรที่ยิ่งใหญ่ได้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า พอร์ทสมัธ มีประวัติศาสตร์ที่เหลือเชื่อ และแฟนๆ ของทีมก็มีความจงรักภักดีต่อทีมมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลกฟุตบอล "
" ผมไม่เพียงรอคอยที่จะทำงานร่วมกับพวกเขาเท่านั้น แต่ผมยังอยากจะฟังมุมมองความคิดเห็นที่พวกเขาต้องการในการพาสโมสรให้เดินหน้าต่อไป ผมเป็นนักลงทุน แต่นี่เป็นสโมสรของพวกเขา เป็นสังคมของพวกเขา และมันเป็นโอกาสพิเศษที่ได้เข้ามารับผิดชอบในตำแหน่งนี้ "
........................................................................................................................................................................
ข่าวขอบคุณข้อมูลจาก: สยามกีฬา



No comments:
Post a Comment