
เดวิด มอยส์ นายใหญ่ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน กระตุ้นลูกทีม เป้าหมายอันดับแรกของทีมคือ เกมลีก ส่วนเรื่อง เอฟเอ คัพ ยังไม่ต้องไปสนใจมากนัก พร้อมยอมรับ อาการบาดเจ็บของ ฟิล จากิลก้า กองหลังจอมแกร่ง จนหมดสิทธิ์ช่วยทีมในเกมที่เหลืออยู่ของซีซั่น เป็นเรื่องที่น่าผิดหวังสำหรับนักเตะ และสโมสร
เดวิด มอยส์ ผู้จัดการทีมชาวสกอตต์ของ เอฟเวอร์ตัน สโมสรฟอร์มแกร่งแห่งศึกพรีเมียร์ลีก ยืนยัน เป้าหมายอันดับแรกของ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" คือเกมลีก ฉะนั้นหากนักเตะคนไหนอยากมีโอกาสได้ลงสนามในเกมนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ก็ต้องรักษาฟอร์การเล่นให้ดีที่สุด
เอฟเวอร์ตัน มีคิวต้องพบกับ เชลซี ในศึกฟุตบอลถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ทำให้นักเตะหลายคนไม่ค่อยมีสมาธิอยู่กับเกม แต่ มอยส์ ได้ออกมาเตือนลูกทีมแล้วว่า เกมลีกสำคัญที่สุด ฉะนั้นแข้ง "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ต้องโชว์ฟอร์มให้ดี เพื่อโอกาสลงสัมผัสสนาม เวมบลีย์ ในวันที่ 30 พฤษภาคมนี้
กุนซือเลือดวิสกี้ กล่าวว่า "เกมลีกสำคัญที่สุด ผมมีทีมเดียวเท่านั้น เราไม่มีนักเตะพิเศษ ดังนั้นเราเล่นกันเป็นทีม และเราจะพัฒนาไปด้วยกัน หากมีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวน มันก็ต้องเป็นไปตามนั้น ไม่มีทางที่เราจะทำอะไรได้มากนักเกี่ยวกับมัน เราเปลี่ยนแปลงทีมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพราะเราต้องลงเล่น 3 เกม ใน 6 วัน หนึ่งในเกมเหล่านั้นต้องเล่นถึง 120 นาที"
"ดังนั้นมีเหตุผลมากมายที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง 1-2 ตำแหน่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ตอนนี้นักเตะพร้อมลงสนาม และผมก็อยากให้พวกเขาจบซีซั่นให้ดีที่สุดใน พรีเมียร์ลีก แน่นอนจากนั้นผมจะพิจารณานักเตะที่ทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อลงเล่นในเกมนัดชิงชนะเลิศ"
ส่วนอาการบาดเจ็บหัวเข่าของ ฟิล จากิลก้า กองหลังตัวเก่ง จนทำให้เจ้าตัวหมดสิทธิ์เล่นจนจบซีซั่นนั้น มอยส์ เผยว่า "มันแย่มาก มันเป็นอาการบาดเจ็บที่น่ากลัว ซึ่งส่งผลกระทบกับเราจริงๆ ผมคิดว่าช่วง 2-3 วันนี้ เราต้องพบกับปัญหาที่ยากลำบากมาก"
"ถ้ามีใครคนหนึ่งไม่สมควรพลาดเกมนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วย นั่นก็คือ ฟิล จากิลก้า มันเป็นเรื่องที่ยากจะทำใจสำหรับเขา นักเตะผิดหวังจริงๆ เขาเป็นผู้เล่นสำคัญของ เอฟเวอร์ตัน ในฤดูกาลนี้ และตอนนี้การพลาดโอกาสลงเล่น มันเป็นเรื่องที่ผิดหวังสำหรับเขามาก" มอยส์ ระบุ
........................................................................................................................................................................
ข่าวขอบคุณข้อมูลจาก: สยามกีฬา



No comments:
Post a Comment