
ดีดิเย่ร์ ดร็อกบา หัวหอกจอมแกร่งของ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี มีสิทธิ์โดน ยูฟ่า สั่งแบนยาว โทษฐานทำตัวไม่สมเป็นมืออาชีพ เข้าไปประท้วงกรรมการอย่างรุนแรง และสบถคำด่าใส่กล้องโทรทัศน์ หลังจากเปิดบ้านเสมอ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า 1-1 ทำให้พวกเขาตกรอบตัดเชือก แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปด้วยกฏประตูทีมเยือน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
ดีดิเย่ร์ ดร็อกบา ดาวยิงทีมชาติไอวอรี่โคสต์ของ เชลซี ทีมชั้นนำแห่งศึกพรีเมียร์ลีก หาเรื่องสร้างปัญหาเดือดร้อนให้ตัวเองโดนแบนห้ามแข่งยาว และทำให้สโมสรถูกลงโทษตามด้วย จากการเดินเข้าไปด่า ทอม เฮนนิ่ง ออฟเรโบ ผู้ตัดสินชาวนอร์เวย์ หลังจบเกมเสมอ บาร์เซโลน่า 1-1 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัด 2 ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
ประตูตีเสมอของ อันเดรส อิเนียสต้า ในนาที 93 ส่งผลให้ขุนพล "บาร์ซ่า" ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ที่กรุงโรม ด้วยกฏประตูทีมเยือน หลังจากรวม 2 นัดเสมอกัน 1-1 ทำให้ ดร็อกบา ที่เจ็บโดนเปลี่ยนไปตัวออกไป ในนาที 72 เป็นคนแรกที่ปรี่จากม้านั่งสำรองเข้ามาเผชิญหน้า ออฟเรโบ หลังสิ้นเสียงนกหวีดจบเกม
อดีตดาวเตะ โอลิมปิก มาร์กเซย เชื่อว่า เชลซี ไม่ได้รับการตัดสินที่ยุติธรรม หลังจากโดนกรรมการโบกมือปฏิเสธลูกจุดโทษหลายต่อหลายครั้งจนตบะแตก วิ่งเข้าไปชี้หน้า ออฟเรโบ และด่าว่าเขาว่าเป็นความเสื่อมเสีย ส่งผลให้ถูกใบเหลืองเพื่อเตือนให้ระงับอารมณ์ ก่อนที่เจ้าหน้าที่สนามจะมาช่วยกันตัวเขาออกไป
แต่ ดร็อกบา ก็ยังไม่ยอมหยุด และพยายามโวยอีกครั้งในอุโมงค์ ถึงขนาดที่เขาสะบัดมือ กุส ฮิดดิ้งค์ กุนซือที่พยายามปรามเขาให้ใจเย็นลง โดยสำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า การกระทำของ สตาร์รายนี้ อาจทำให้เขาโดนแบนยาวในเกมยุโรป และพฤติกรรมของเขาจะไม่ถูกนำมาพิจารณารวมกับการทำหน้าที่ของกรรมการในสนามอีกด้วย
ไม่เพียงเท่านั้น พ่อค้าแข้งวัย 31 ปี ยังได้ตะโกนสบถใส่กล้องโทรทัศน์ที่อยู่ใกล้ๆ ว่าเรื่องทั้งหมดเป็น "ความเสื่อมเสียสิ้นดี" โดยยูฟ่า จะนำไปพิจารณา เพื่อตัดสินชะตาของเขาด้วยและ ยิ่งแฟนบอลเจ้าถิ่น ขว้างธง และ ข้าวของอื่นๆ ใส่ นักเตะ บาร์เซโลน่า ที่กำลังฉลองกันอยู่ สโมสรก็อาจโดนลงโทษไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ฮิดดิ้งค์ ไม่กล่าวโทษ ดร็อกบา โดยให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า "ผมเข้าใจปฏิกิริยาของเขาดี เขากำลังฉุน และ อะดรีนาลีนพุ่งพล่าน แต่เขาคุมอารมณ์อยู่ ถ้าเขาทำเกินไปกว่านั้น และ เริ่มลงไม้ลงมือ มันคงเป็นการกระทำที่เกิดไป แต่ผมเข้าใจพฤติกรรมของเขาหลังจบเกมเป็นอย่างดี และ ผมจะปกป้องเขา"
อย่างไรก็ตาม หนังสือพิมพ์เดอะ ซัน ได้รายงานว่า ดร็อกบา ตามเข้าไปเอาเรื่อง ออฟเรโบ ในอุโมงค์ทางเดินเข้าสู่ห้องแต่งตัว โดยพยานที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า "ดร็อกบา เดินตามไปในอุโมงค์ห้องพัก เขาตะโกนด่าจนทำให้ออฟเรโบ ต้องหยุดเดิน ดร็อกบา เดินตรงเข้าไปยืนจ้องหน้าของผู้ตัดสินห่างกันแค่ 3-4 นิ้วเท่านั้น และยังคงโวยวายไม่หยุดว่า "นี่เป็นการตัดสินที่ระยำจริงๆ แกมันไม่มีความน่าเคารพเอาซะเลย เรื่องแบบนี้มันไม่ควรเกิดขึ้น แกทำแบบนี้ไม่ได้"
"ตลอดเวลาที่ยืนประจันหน้ากันเขายังทำมือข่มขู่ใส่กรรมกาาร และเอามือทุบกำแพงหลายครั้งโดยห่างจากหน้ากรรมการเพียงไม่กี่นิ้ว ออฟเรโบ รู้สึกหวาดหวั่น แต่เขาไม่ได้พูดอะไรโต้ตอบเลย" พยานรายดังกล่าวระบุโดยบอกว่า มิชาเอล บัลลัค มิดฟิลด์ทีมชาติเยอรมันของเชลซี เข้ามาร่วมโวยใส่เชิ้ตดำชาวไวกิ้ง จนทำให้เขาต้องเดินหนีออกไปที่สนามอีกครั้งเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เหตุการณ์บานปลายไปกว่านี้
........................................................................................................................................................................
ข่าวขอบคุณข้อมูลจาก: สยามกีฬา



No comments:
Post a Comment