
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า ยืนยันพอใจกับความทุ่มเทของลูกทีมในเกมเปิดบ้านเสมอ "สิงห์บลูส์" เชลซี 0-0 ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบตัดเชือก นัดแรก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา พร้อมแขวะไม่ใช่เรื่องแปลกที่ยิงประตูไม่ได้เพราะทีมเยือนจ้องจะเล่นตั้งรับตลอดทั้งเกม
โจเซฟ กวาร์ดิโอล่า เทรนเนอร์คนหนุ่มของ บาร์เซโลน่า สโมสรเจ้าบุญทุ่มแห่งศึกลา ลีกา ยอมรับภูมิใจกับฟอร์มของลูกทีมที่สู้อย่างเต็มที่ แม้สุดท้ายจะทำได้แค่เสมอ เชลซี 0-0 ที่สนามคัมป์ นู ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เมื่อวันอังคารที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา
อดีตกัปตันทีม บาร์ซ่า ยุค 90 กล่าวแบบเซ็งๆ หลัง เชลซี จ้องจะเล่นเกมรับในเกมนัดนี้ "มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเล่นให้ดีเมื่อเจอกับคู่แข่งที่ไม่คิดจะเล่นฟุตบอล ผมภูมิใจในลูกทีมของผม คุณมั่นใจได้ว่าเราจะไปที่ ลอนดอน พร้อมกับความมุ่งมั่นที่จะเล่นเกมรุกเหมือนเดิม"
"คู่แข่งของเรารู้ว่าเราจะเล่นยังไง และพวกเขาก็มีเกมรับที่แข็งแกร่งมาก พวกเขาใช้ผู้เล่น 6 คนในเกมรับซึ่งมีสภาพร่างกายที่แข็งแกร่ง แต่เราก็พยายามที่จะเล่นในแนวทางที่เราทำมาตลอด ไม่มีอะไรที่น่าอับอายหลังจากฟอร์มการเล่นแบบนี้ ไม่มีใครที่จะกล่าวโทษที่เราไม่ชนะในเกมนี้"
"สำหรับในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาเราคว้าชัยชนะมาอย่างต่อเนื่อง และความเชื่อมั่นยังคงสูงอยู่ตลอด แต่เรายังต้องการแฟนบอล เพื่อคอยให้การสนับสนุนเรา และพวกเขาก็ช่วยเหลือได้อย่างสุดยอดในคืนนี้ เราเล่นด้วยความซื่อสัตย์ และแฟนบอลได้เห็นคุณค่าในสิ่งนี้แล้ว เราจะลงสนามเพื่อคว้าชัยชนะเสมอ เพราะเราต้องสู้กับ เรอัล มาดริด ในวันเสาร์นี้"
เกมนี้ ลิโอเนล เมสซี่ หัวหอกพรสวรรค์สูง โดน โชเซ่ โบซิงวา แบ็กโปรตุกีส ตามประกบติดตลอด ทำให้ กวาร์ดิโอล่า ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่ ดาวเตะทีมชาติอาร์เจนตินาจะโชว์ผลงานสุดยอดออกมาได้ "เขาตกเป็นเหยื่อที่ต้องโดนตามประกบติด ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเขาที่จะหาพื้นที่เล่น ผมคิดว่าเขาทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในสถานการณ์แบบนี้"
สำหรับเกมนัด 2 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ วันพุธที่ 6 พฤษภาคมนี้ บาร์ซ่า จะหมดสิทธิ์ใช้งาน ราฟาเอล มาร์เกซ ที่ได้รับบาดเจ็บหัวเข่าที่คาดว่าจะต้องพักยาวตลอดช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้ และ คาร์เลส ปูโยล กัปตันทีมที่ติดโทษแบน
"พวกเขาเป็นผู้เล่นที่สำคัญมาก แต่นั่นก็ไม่ใช่ข้อแก้ตัวหากเราไม่สามารถผ่านเข้ารอบชิง และเราจะพบกับทางแก้ปัญหานี้ แน่นอนการขาด ราฟา เป็นข่าวที่แย่ที่สุดของวันนี้ แต่ผมคิดว่ามันจะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น" กุนซือวัย 38 ปี กล่าวทิ้งท้าย
........................................................................................................................................................................
ข่าวขอบคุณข้อมูลจาก: สยามกีฬา



No comments:
Post a Comment