
อีเกร์ กาซียาส นายทวารจอมหนึบของ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ยืนกรานกรรมการทำถูกต้องแล้วที่ตัดสินใจไล่ ฟรานซิสโก้ เยสเต้ มิดฟิลด์ แอตเลติก บิลเบา ออกจากสนาม ในเกมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังจากเจตนาทำร้ายเขา พร้อมโต้ไม่เคยมีนิสัยแกล้งเจ็บเพื่อผลประโยชน์ของทีม
อีเกร์ กาซียาส ผู้รักษาประตูทีมชาติสเปนของ เรอัล มาดริด รองจ่าฝูงแห่งศึก ลา ลีกา ออกมายืนยันว่า ฟรานซิสโก้ เยสเต้ ดาวเตะของ แอธเลติก บิลเบา สมควรโดนตะเพิดออกจากสนามแล้ว หลังใช้มือผลักเขาจนล้มลงระหว่างมีปากเสียงกันในเกมที่ "ราชันชุดขาว" บุกถล่ม บิลเบา คาสนาม ซาน มาเมส 5-2 เมื่อวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม ที่ผ่านมา
จอมหนึบวัย 26 ปี กล่าวในห้องแถลงข่าวหลังจบเกมว่า "เยสเต้ ใช้มือผลักอย่างแรง เขาไม่ได้ผลักมาตรงหน้าก็จริง แต่มันเป็นใบแดงแน่นอน ผมโยนบอลออกหลังตอนที่ผู้เล่นของเขากองอยู่กับพื้น แต่พวกเขากลับไม่ได้ทำแบบเดียวกันตอนที่ เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์ ล้มลง ผมรู้ว่าตัวเองเข้าไปหาเขา แต่ไม่ได้มีเจตนามุ่งร้ายเลย แต่เขากลับผลักผมอย่างน่าอาย มันเป็นจุดเปลี่ยนของเกม"
จากนั้น กัปตันทีมชาติสเปน กล่าวตอบโต้ ฆัวกิน กาปาร์รอส กุนซือเจ้าถิ่น ที่บอกว่าเขาแกล้งล้มตบตาว่า "ฆัวกิน เป็นโค้ชที่มีฝีมือ และเขารู้ว่าผมไม่เคยตบตาตลอดอาชีพที่ผ่านมา มันเป็นเกมที่ยาก แต่เราเอาชนะได้ในสนามของคู่แข่ง พวกเขาเล่นหนัก แต่ถูกโต้กลับด้วยทีมที่มีคุณภาพเหนือกว่า"
นอกจากนี้ กาซียาส ยังชื่นชม คลาส แยน ฮุนเตลาร์ กองหน้าชาวดัตช์ ซึ่งโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น พร้อมกล่าวต่อไปว่า "หลังจากเกมแชมเปี้ยนส์ลีก กับ ลิเวอร์พูล ชัยชนะเกมนี้ทำให้กำลังใจของพวกเราเพิ่มขึ้นมหาศาล"
เมื่อ 2 ฤดูกาลก่อน ยอดทีมแห่งสนาม ซานติอาโก้ เบร์นาเบว กลับมาเล่นได้อย่างแข็งแกร่งหลังจากแพ้ บาเยิร์น มิวนิค ในเกมยุโรป และสามารถคว้าแชมป์ลีกแดนกระทิงในบั้นปลาย และเมื่อถูกถามถึงโอกาสที่จะทำผลงานได้เยี่ยมยอดแบบนั้นอีกครั้ง นายด่านรูปหล่อ ตอบว่า "มันยากที่จะทำได้แบบเดิม สำหรับสถานการณ์แบบนั้น แต่พวกเราก็จะไม่ยอมแพ้"
ทางด้าน ฆวนเด้ รามอส กุนซือมาดนิ่ง เห็นด้วยว่าทีมสมควรเป็นผู้ชนะในเกมนี้ โดยกล่าวว่า "สกอร์บอร์ด แสดงให้เห็นถึงความเหนือชั้นของพวกเรา" พร้อมกล่าวถึงการกลับมาเก็บชัยชนะอีกครั้ง หลังแพ้แบบหมดรูปเมื่อกลางสัปดาห์ว่า "หลังจากความผิดหวังกับ ลิเวอร์พูล พวกเรานิ่งขึ้นเยอะในวันนี้"
........................................................................................................................................................................
ขอบคุณข้อมูลจาก: สยามกีฬา



No comments:
Post a Comment