
คาร์ลอส ดุงก้า กุนซือทีมชาติบราซิล เผยสภาพจิตใจของเขาแข็งแกร่งดั่งภูผา พร้อมรับเสียงกระแสวิจารณ์ทุกรูปแบบ โดยยึดแม่ของเขาเป็นต้นแบบแห่งความอดทนหลังจากต้องคอยดูแลพ่อที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ตลอด 8 ปี ชนิดที่ไม่เคยปริปากบ่นแม้แต่คำเดียว
คาร์ลอส ดุงก้า เทรนเนอร์ทีมชาติบราซิล ยืดอกสมเป็นลูกผู้ชายตัวจริง บอกไม่เคยรู้สึกกดดันกับเสียงวิจารณ์ผลงานการคุมทัพ "แซมบ้า" ในช่วงที่ผ่านมา หลังจากมีคุณแม่เป็นตัวอย่างที่ดีในการดูแลพ่อของเขาที่ต้องทรมานจากโรคอัลไซเมอร์ อย่างอดทนตลอดระยะเวลา 8 ปี
อดีตกัปตันทีมชาติบราซิล ชุดแชมป์เวิลด์ คัพ 1994 โดนหลายฝ่ายต่อว่าอย่างรุนแรงเกี่ยวกับผลงานคุมทีมในช่วงที่ผ่านมา กล่าวในรายการโทรทัศน์ที่บ้านเกิดว่า "ไม่มีใครต้องพบกับช่วงเวลาที่ยากลำบากมากกว่าแม่ของผมอีกแล้ว พ่อผมป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ มา 8 ปี และแม่ก็คอยอยู่เคียงข้างท่านมาตลอด แม่ไม่เคยอ่อนแอ ดังนั้นผมไม่ใช่คนที่จะอ่อนแอ ผู้คนสามารถพูดถึงสิ่งที่พวกเขาอยากพูดได้ทั้งนั้น ไม่มีอะไรที่จะแย่ไปกว่านี้อีกแล้ว"
โค้ชวัย 45 ปี เข้ามาคุมทัพแซมบ้า เมื่อปี 2006 และโดนวิจารณ์อย่างหนักกับสไตล์การเล่นที่น่าเบื่อ แม้ว่าเขาจะพาทีมคว้าแชมป์ โคปา อเมริกา 2007 ก็ตาม แต่จากฟอร์มในรอบคัดเลือก ศึกฟุตบอลโลก 2010 โซนอเมริกาใต้ ที่ไล่ตาม ปารากวัย จ่าฝูง 6 คะแนน แถมเสมอในบ้าน 3 เกมล่าสุด ทำให้เขายังไม่ได้รับความศรัทธาจากแฟนบอลมากนัก
อดีตมิดฟิลด์ชื่อดังของฟิออเรนติน่า เผยว่า "การเล่นในรอบคัดเลือกมันยากกว่าการเล่นในรอบสุดท้ายฟุตบอลโลก ตอนที่คุณต้องไปเยือน เปรู, เอกวาดอร์ และ ชิลี พวกเขาทั้งประเทศมีความเป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อจะสู้กับ บราซิล"
"แต่ตอนที่เราเล่นในบราซิล ก็ยังมาเจอกับข้อจำกัด, ปัญหามากมาย และความขัดแย้งกัน การสร้างบรรยากาศแบบนี้เป็นสิ่งที่ยากลำบากพอสมควร มีนักเตะมากมายที่ต้องเดินทางจากยุโรป ซึ่งเป็นเรื่องยากลำบากที่จะต้องปรับตัวในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน เนื่องจากเดินทางมายาวไกล และเราก็มีเวลา 15 วันในการฝึกซ้อม ซึ่งมาตรฐานมันย่อมแตกต่างกันอยู่แล้ว" ดุงก้า กล่าว
ขอบคุณข้อมูลจาก: สยามกีฬา



No comments:
Post a Comment