Tube Manager สุดยอดโปรแกรมการจัดการ Youtube ฟรีครับ

Tube Manager Toturial#1: Search &View Youtube Video

Tube Manager Toturial#2: Youtube Video Downloader

Tube Manager Toturial#3: Video Editor &Conversion

Saturday, March 21, 2009

เดลปิเอโร่เผยที่มายึดเสื้อเบอร์10ยูเว่




อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ หัวหอก ยูเวนตุส เผยได้เบอร์ 10 "ยูเว่" มาครอง หลัง โรแบร์โต้ บาจโจ้ อำลาทีมไป และไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือจนกลายมาเป็นตำนานแข้ง "ยูเว่" ทุกวันนี้ พร้อมระบุถึงความผิดหวังที่ต้องพ่ายนัดชิงดำ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ถึง 3 ใน 4 ครั้ง รวมถึงความปลาบปลื้มหลังยิงประตูใส่ทีมชาติเยอรมัน ในรอบตัดเชือก ฟุตบอลโลก 2006 ด้วยเช่นกัน



อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ หัวหอกกัปตันทีม ยูเวนตุส ยักษ์ใหญ่แห่งศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุที่ทำให้ตนได้สวมเสื้อหมายเลข 10 ของ "ม้าลาย" และกลายมาเป็นหนึ่งตำนานของสโมสรอย่างในปัจจุ
บันนี้ พร้อมย้อนรำลึกถึงความหลังในการค้าแข้งกับ "ยูเว่" รวมถึงความเจ็บปวดจากการพ่ายแพ้ในรอบชิงชนะเลิศศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ถึง 3 ครั้ง และประสบการณ์ในการลงฟาดแข้งในศึกฟุตบอลโลกอีกด้วย

"อาเล่" กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ "สกาย สปอร์ต อิตาเลีย" สถานีโทรทัศน์ชื่อดังแดนมะกะโรนี ว่า "ตอนที่ (โรแบร์โต้) บาจโจ้ ไม่ได้เล่นที่นี่แล้ว ผมได้เสื้อหมายเลข 10 มาครอง เพราะ (จานลูก้า) วิอัลลี่ ใส่เบอร์ 9 และกองหน้าอีกคนใส่เบอร์ 11 เมื่อ บาจโจ้ ย้ายออกไป ก็มีการออกกฎว่านักนักเตะทุกคนจะต้องใส่เสื้อหมายเลขเดิมไปตลอดฤดูกาล ผมคือคนหลังสุดที่ได้เสื้อเบอร์ 10 มาใส่ ดังนั้น ผมจึงไม่ยอมปล่อยให้มันหลุดมือไปแน่ๆ"

นอกจากนี้ เดล ปิเอโร่ ยังเผยถึงการอยู่ในทีม "ม้าลาย" ชุดที่เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ถึง 4 ครั้งในช่วงระหว่างปี 1996-2003 แต่ต้องแพ้ไปถึง 3 ครั้งอีกด้วย โดยกล่าวว่า "การพ่ายแพ้ทั้ง 3 ครั้งนั้นมันน่าเศร้ามากๆ เพราะเราเตรียมพร้อมเต็มที่ในทุกๆครั้งที่ลงสนาม แต่เรื่องแบบนี้ก็ย่อมจะเกิดขึ้นได้ในการแข่งขันที่ตัดสินกันด้วยเกมนัดเดียว แถมในวันเหล่านั้น บรรดาคู่แข่งยังเล่นได้ดีกว่าพวกคุณแค่นิดเดียวเท่านั้นอีกต่างหาก"

"มันอาจเป็นเพราะโชคชะตา หรือไม่ก็ปัจจัยอื่นๆ อีกหลายๆ อย่าง แต่ครั้งหนึ่งเราสมควรแพ้ ครั้งหนึ่งเราแพ้ในการดวลจุดโทษ ส่วนอีกครั้งหนึ่งเราก็น่าจะเป็นฝ่ายชนะมากกว่า โชคร้ายที่ในสถานการณ์เหล่านี้ คุณก็ต้องยกเครดิตให้กับคู่ต่อสู้ของคุณไป" เดล ปิเอโร่ กล่าว

ขณะเดียวกัน หัวหอก "ม้าลาย" ยังพูดถึงการยิงประตูให้ทีมชาติอิตาลีในเกมเจอกับ เยอรมัน ศึก ฟุตบอลโลก 2006 รอบรองชนะเลิศ ซึ่งช่วยลบความผิดหวังจากความพ่ายแพ้ในนัดชิงชนะเลิศศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป "ยูโร 2000" ได้เป็นอย่างดี โดยกล่าวว่า "ผมเรียกบอล และในเวลาต่อมา (อัลแบร์โต้) จิลาร์ดิโน่ บอกว่าเขาได้ยินผม ดังนั้น มันจึงเป็นข้อพิสูจน์ว่าบางครั้งทุกสิ่งทุกอย่างมันก็ดูจะเข้าทางคุณไปซะหมด"

"หลังจากยิงประตูได้ ผมก็บ้าไปเลย และยิ่งไปกว่านั้น เมื่อผมเงยหน้าขึ้นไปเห็นภรรยาและเพื่อนๆ ของผมอยู่บนอัฒจันทร์ พวกเขานั่งอยู่บนนั้น สูงขึ้นไปสัก 20 แถวได้ แต่ผมกลับเห็นพวกเขามาอยู่ตรงหน้าผมเลย นั่นคือช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยอารมณ์ และความรู้สึกดีใจแบบสุดขีด มันเหมือนกับว่าผมยิงได้โดยที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อนเลยสักนิด มันเหลืออีก 2 นาทีจะหมดเวลา และเราก็หันไปเน้นตั้งรับ แต่เราก็ได้จังหวะสวนกลับ และผมก็วิ่งขึ้นหน้าไป"

"ฟุตบอลเป็นกีฬาที่เล่นเป็นทีม แต่มันก็มีช่วงเวลาที่คุณต้องอยู่คนเดียว เมื่อคุณต้องมีสมาธิ และในช่วงที่ความคิดมากมายไหลผ่านสมองคุณไปในช่วงก่อนเริ่มเกม ความสนุกของมันสามารถเกิดขึ้นได้ร่วมกัน หรือสนุกกับตัวคุณเองก็ได้ เพราะหลังจากได้ประตูหรือได้ชัยชนะ มันจะเกิดความคลั่งอย่างที่คุณเองก็ไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น คุณจะเหวี่ยงมือไปมาซ้ายขวา หลับตาลง แล้วเพื่อนร่วมทีมก็จะกระโดดมาทับคุณ นั่นคือช่วงเวลาอันล้ำค่าที่กีฬาสามารถให้คุณได้" เดล ปิเอโร่ ทิ้งท้าย




ขอบคุณข้อมูลจาก: สยามกีฬา

No comments:

Post a Comment

 

Copyright 2008 All Rights Reserved Revolution Two Church theme by Brian Gardner Converted into Blogger Template by Microebook.com