Tube Manager สุดยอดโปรแกรมการจัดการ Youtube ฟรีครับ

Tube Manager Toturial#1: Search &View Youtube Video

Tube Manager Toturial#2: Youtube Video Downloader

Tube Manager Toturial#3: Video Editor &Conversion

Thursday, March 19, 2009

เรือบุกเจ๊ง0-2!แต่ยิงเป้าแม่นพาเฮยูฟ่า




"เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ ดวงยังแข็งหลังบุกมาพ่าย อัลบอร์ก ใน90นาที 0-2 ก่อนได้เฮจากการดวลจุดโทษเอาชนะไป 4-3 เช่นเดียวกับ อูดิเนเซ่ โดนเจ้าถิ่น เซนิตฯ เชือด 0-1 แต่มีบุญเก่าช่วยเข้ารอบประตูรวม2-1 ส่วน ฮัมบูร์ก แกร่ง บุกอัด กาลาฯ 3-2 เฮฉลุย ในศึกยูฟ่า คัพ รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 เมื่อคืนที่ผ่านมา


ฟุตบอลยูฟ่า คัพ รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2
อัลบอร์ก (เดนมาร์ก) 2 - แมนฯ ซิตี้ (อังกฤษ) 0
(รวมผลสองนัดเสมอ2-2 แมนฯซิตี้เข้ารอบจากการชนะดวลจุดโทษ4-3)


สนาม : อัลบอร์ก สเตเดี้ยม


อัลบอร์ก ที่ออกไปแพ้มา 0-2 ในนัดแรก เปิดบ้านพบแมนฯ ซิตี้ โดยเจ้าบ้านจัดตัวแบบเน้นสุดๆ โดยมีลูคัส เด เดอุส ซานโต๊ส และลูตัน เชลตัน เป็นความหวัง ส่วนทีมเยือนไม่มีเคร็ก เบลลามี่ แต่ก็มีทั้งโรบินโญ่ และฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์ คอยเดินเกมบุก


เริ่มเกมมาได้ 2 นาที เป็นทีมเยือนลุ้นก่อน จากจังหวะซัดหน้าเขตโทษของสตีเฟ่น ไอร์แลนด์ แต่กองหลังอัลบอร์ก ยังมาบล็อกได้


ยังเป็นเรือใบสีฟ้า ที่ครองบอลได้มากกว่า นาทีที่ 2 โรบินโญ่ อาศัยความสามารถพาบอลพริ้วเข้าไปในเขตโทษ ก่อนตัดสินใจซัด ทว่าแคสเปอร์ โบเกลุนด์ กองหลังเจ้าบ้านยังเร็วมาบล็อกได้ทัน


เกมเริ่มจะอืดๆ ลงไป โดยเจ้าบ้านแทบไม่มีโอกาสลุ้นเลย นาทีที่ 35 แคสเปอร์ ริสการ์ด ซัดจากหน้าเขตโทษ ก็ลอยข้ามคานไปไกล จบ 45 นาทีแรก ยังเสมอกันอยู่แบบจืดชืด


ครึ่งหลัง ทั้งสองทีมกลับมาเน้นเกมรุกกันมากขึ้น เรือใบสีฟ้า มีโอกาสก่อนในนาทีที่ 51 เชด อีแวนส์ มีจังหวะซัดหน้าเขตโทษไม่เข้าเป้า


นาทีที่ 58 ก็เป็นโอกาสจังๆ ของ อัลบอร์ก เช่นกัน ไมเคิ่ล ยาค็อบเซ่น เติมขึ้นมายิงเต็มเท้า แต่บอลก็ยังออกหลังไปชนป้ายโฆษณาตามเคย


ผ่านไปครบ 1 ชั่วโมงพอดี มีจังหวะน่ากังขาเกิดขึ้น เมื่อ อันเดรียส โยฮันส์สัน ตัดบอลได้ในเขตโทษฝั่งขวาแล้วโดน ฆาเบียร์ การ์รีโด้ ตัวสำรองที่เพิ่งลงไปแทน เวย์น บริดจ์ ได้แค่ 5 นาที รวบข้อเท้าล้มลงไป แต่ผู้ตัดสินชาวฝรั่งเศสปล่อยให้เล่นต่อ ลูตัน เชลตัน เก็บได้อีกครั้ง แต่เสียหลักซัดด้วยซ้ายหลุดเสาแรกออกไป


นาทีที่ 68 เจ้าถิ่นฟ้องจะเอาลูกจุดโทษอีกครั้ง เมื่อ ไมเคิ่ล โบช็อง เก็บบอลในเขตโทษแล้วโดน โรบินโญ่ วิ่งลงมาสะกิดล้ม แต่ผู้ตัดสินก็ยังใจแข็งอยู่ดี


อัลบอร์ก ได้เสียวอีกทีในนาทีที่ 74 ลูตัน เชลตัน ไหลบอลคืนย้อนออกมานอกเขตโทษให้ อันเดรียส โยฮันส์สัน กดเปรี้ยงด้วยเท้าขวาไปแฉลบกองหลังเรือใบสีฟ้าเปลี่ยนทางหลุดกรอบออกไป เล่นเอา เชย์ กิฟเว่น ถึงกับหงายหลัง


ในช่วงนาทีที่84 แฟนบอลเจ้าถิ่นก็เฮกันลั่น เมื่อได้ประตูความหวังเมื่อ ลูตัน เชลตัน ตวัดยิงส่งบอลตุงตาข่ายให้ อัลบอร์ก ออกนำ 1-0 ก่อนจะมากรี๊ดลั่นกันอีกรอบ เมื่อผู้ตัดสินชี้ลูกจุดโทษให้ทีมเจ้าถิ่น จากจังหวะการทำแฮนด์บอลในกรอบเขตโทษของ เชด อีแวนส์


ก่อนไมเคิ่ล จาค็อบเซ่น จะรับหน้าที่สังหารไม่พลาด อัลบอร์ก ขึ้นนำ 2-0 อย่างเหลือเชื่อ หมดเวลา90นาที ทีมจากแดนโคนมพลิกเอาชนะได้อย่างเหลือเชื่อ 2-0 ทำให้สกอร์รวมเสมอกันไป 2-2 ต้องต่อเวลาพิเศษเพื่อหาทีมเข้ารอบต่อไป


แต่แล้วเล่นครบ120นาที ก็ยังทำอะไรไม่ได้ จึงต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ ก่อนสุดท้าย "ทีมเรือใบสีฟ้า" ดวงยังแข็ง ชนะดวลจุดโทษไป4-3 โดย เชย์ กิฟเว่น รับบทฮีโร่เซฟลูกยิงได้ถึง2ลูก แมนฯซิตี้ ผ่านเข้ารอบแบบหืดจับต่อไป

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม
อัลบอร์ก : คาริม ซาซ่า, แคสเปอร์ โบเกลุนด์, ลาสเซ่ นีลเซ่น, ไมเคิ่ล จาค็อบเซ่น, ไมเคิ่ล บัวแชมป์, อันเดอร์ส ดูเอ้, อันเดรส โยฮันส์สัน, แคสเปอร์ ริสการ์ด, โธมัส ออกุสตินนุสเซ่น, ลูคัส เด เดอุส ซานโต๊ส, ลูตัน เชลตัน
สำรอง : เคนเนธ นีลเซ่น, เยนส์ คริสเตียน โซเรนเซ่น, ซิยาบองก้า นอมเวเธ, มาร์คุส ทราซี่, พาทริค คิรสเตนเซ่น, รอนนี่ ชวาร์ตซ์ นีลเซ่น, เฮนริค ดัลสการ์ด
แมนฯ ซิตี้ : เชย์ กิฟเว่น, ไมกาห์ ริชาร์ดส์, ริชาร์ด ดันน์, เนดุม โอนูโอฮา, เวย์น บริดจ์, ปาโบล ซาบาเลต้า, แว็งซ็อง ก็อมปานี, ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์, สตีเฟ่น ไอร์แลนด์, โรบินโญ่, เชด อีแวนส์
สำรอง : โจ ฮาร์ท, ลีอันโดร แบร์ตี้ กลาอูเบอร์, ฮาเวียร์ การ์ริโด้, เอลาโน่ บลูแมร์, เกลสัน แฟร์กน็องเดซ, เฟลิเป้ ไซเซโด้, เคลวิน เอตูฮู
ผู้ตัดสิน : สเตฟาน ลันนัว (ฝรั่งเศส)


เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก (รัสเซีย) 1 - อูดิเนเซ่ (อิตาลี) 0
(รวม 2 นัด อูดิเนเซ่ เข้ารอบด้วยประตูรวม 2-1)



เซนิต เปิดสนาม เปตรอฟสกี้ รับมือ อูดิเนเซ่ โดยนัดแรกทีมจากอิตาลีเอาชนะมาก่อน 2-0 ทำให้เกมนี้ เซนิต ต้องเน้นเกมรุก โดยมี พาเวล โพเกรบเนียค เป็นหน้าเป้า ส่วนทีมเยือนวาง เปเป้, ดิ นาตาเล่ และ กวายาเรลล่า เป็นสามหอกเหมือนเดิม


เริ่มเกมครึ่งแรก ทั้งสองทีมเปิดฉากบุกเข้าใส่กันแบบสูสี นาทีที่ 22 เซนิต มีโอกาสจากลูกตั้งเตะ อนาโตลี่ย์ ติมอชชุค กัปตันทีม เติมขึ้นมาโหม่งไปติดเซฟ ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช


ถึงนาทีที่ 34 เจ้าบ้านมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ จากลูกเตะมุมของ วิคเตอร์ ฟายซูลิน ที่ปั่นโค้งไปให้ แดนนี่ โหม่งเช็ดต่อไปเสาสองให้ อิวิก้า คริซานัช โขกตั้งกลับมาอีกทีเข้าหัว อนาโตลี่ย์ ติมอชชุค ขวิดจ่อๆ เข้าไปไม่เหลือ และเป็นประตูเดียวในครึ่งเวลาแรก


กลับมาเล่นครึ่งหลัง เซนิต มีลุ้นประตูที่สอง ติมอชชุค คนเดิม ตะบันฟรีคิกด้วยเท้าขวาเต็มแรง ในนาทีที่ 65 แต่ไปแฉลบ คริสเตียน ซาปาต้า ออกหลัง


ช่วงท้ายแทนที่เจ้าถิ่นจะบุกเพื่อเอาประตูที่สอง แต่กลับเป็น อูดิเนเซ่ ที่เริ่มทำเกมรุกหนัก นาทีที่ 69 ฟาบิโอ กวายาเรลล่า ได้ซัดในเขตโทษเต็มๆ แต่ เวียเชสลาฟ มาลาเฟเยฟ พุ่งปัดออกไปได้


10 นาทีสุดท้าย ทีมเยือนจากอิตาลีมีลุ้นประตูตีเสมออย่างต่อเนื่อง นาทีที่ 80 ควัดโว่ อซาโมอาห์ กระหน่ำยิงหน้าเขตโทษ มาลาเฟเยฟ ปัดออกไปอีก


ช่วงทดเจ็บนาทีที่ 93 อูดิเนเซ่ ก็ยังทวงประตูคืนไม่ได้ คราวนี้เป็น โกคาน อินเลอร์ ยิงไม่ผ่านมือ มาลาเฟเยฟ


จบเกม เซนิต ทำได้แค่ชนะ อูดิเนเซ่ ไป 1-0 สกอร์รวมสองนัด อูดิเนเซ่ เอาชนะไปได้ 2-1 ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
เซนิต : เวียเชสลาฟ มาลาเฟเยฟ, คิม ดอน-จิน, อนาโตลี ติมอชชุค, อิวิก้า คริซานัช, ราเด็ค ซิเริล, คอนสแตนติน ซิเรียนอฟ, อิกอร์ เซมชอฟ, อิกอร์ เดนิซอฟ, วิคเตอร์ ฟายซูลิน, แดนนี่, พาเวล โพเกรบเนียค
สำรอง : คามิล คอนโตฟัลสกี้, อเล็กซี่ โยนอฟ, ซาโบลซ์ ฮุสตี้, ฟาติห์ เต็คเค่
อูดิเนเซ่ : ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช, คริสเตียน ซาปาต้า, เฟลิเป้, อเล็กซานเดอร์ ลูโควิช, โจวานนี่ ปาสกวาเล่, เกตาโน่ ดากอสติโน่, โกคาน อินเลอร์, ควัดโว่ อซาโมอาห์, ซิโมเน่ เปเป้, อันโตนิโอ ดิ นาตาเล่, ฟาบิโอ กวายาเรลล่า
สำรอง : แยน โคปริเวช, ลุยจิ ซาล่า, คริสเตียน โอโบโด้, เมาริซิโอ อิสล่า, นิกิ ซิมลิง, อันโตนิโอ ฟลอโร่ ฟลอเรส, อเล็กซิส ซานเชซ
ผู้ตัดสิน : มาร์ติน แอ๊ตกินสัน (อังกฤษ)


กาลาตาซาราย (ตุรกี) 2 - ฮัมบูร์ก (เยอรมัน) 3
(รวมผลสองนัดฮัมบูร์กเข้ารอบด้วยประตูรวม4-3)



กาลาตาซาราย เปิดสนาม อาลี ซามี เยน ในเมือง อิสตันบุล ต้อนรับการมาเยือนของ ฮัมบูร์ก โดยนัดแรกที่เยอรมัน ทั้งสองทีมเสมอกันมา 1-1


สภาพทีมเกมนี้เจ้าถิ่นวาง ลินคอล์น, แฮร์รี่ คีเวลล์ และ มิลาน บารอส เล่นเกมรุก ขณะที่ทีมเยือนไม่มี มลาเด้น เพทริช ที่เจ็บ ทำให้ อิวิก้า โอลิช ต้องจับคู่แดนหน้ากับ โฮเซ่ เปาโล เกร์เรโร่


ในครึ่งแรก รูปเกมออกมาสูสีทั้งสองฝั่ง แต่เป็น กาลาตาซาราย ที่สร้างจังหวะจบสกอร์ได้มากกว่า นาทีที่ 31 ซาบรี ซาริโอกลู สอดขึ้นมายิงหน้าเขตโทษหลุดเสาออกไป


ก่อนจบครึ่งแรก 3 นาที กาลาตาซาราย มาได้ลูกจุดโทษ เมื่อ อาร์ด้า ตูราน ไหลบอลเข้าเขตโทษให้ มิลาน บารอส อาศัยลูกเก่งควบบอลตะลุยเข้าไป แล้วโดน เจอโรม บัวเต็ง สะกิดล้มลง ผู้ตัดสินจึงชี้ไปที่จุดโทษทันที และเป็น แฮร์รี่ คีเวลล์ ซัดจุดโทษเข้าไปไม่พลาด ช่วยให้เจ้าถิ่นออกนำ 1-0 และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้


กลับมาเล่นครึ่งหลัง เกมของเจ้าถิ่นดูท่าจะง่ายขึ้น เมื่อมาได้ประตูหนีห่าง 2-0 ในนาทีที่ 49 เป็นจังหวะที่ อาร์ด้า ตูราน จ่ายบอลให้ มิลาน บารอส หลุดเข้าไปชิพบอลข้ามตัว แฟร้งค์ โรสต์ เข้าไปอย่างเหนือชั้น


แต่ ฮัมบูร์ก ก็มาได้ประตูปลุกความหวัง ไล่มาเป็น 1-2 ในนาทีที่ 57 โจนาธาน ปิตรอยป้า เก็บบอลได้หน้าเขตโทษแล้วบรรจงซัดผ่าน มอร์แกน เด ซานติส เสียบมุม


เท่านั้นไม่พอ ให้หลังไป 3 นาที สิงห์เหนือ ยังมาตามตีเสมอเป็น 2-2 อย่างรวดเร็ว โฮเซ่ เปาโล เกร์เรโร่ ใช้ความเร็วควบบอลทะลุเข้าเขตโทษ แล้วอัดเต็มเท้าจากระยะ 8 หลา ผ่าน เด ซานติส เข้าไปอีก


หลังจากนั้น กาลาตาซาราย บดหนักขึ้นเพื่อทวงประตูคืนให้ได้ นาทีที่ 70 บาริส ออซเบ็ค กดเต็มๆ หน้าเขตโทษ แฟร้งค์ โรสต์ พุ่งปัดออกมา


กลายเป็น ฮัมบูร์ก ที่พลิกได้ประตูชัย 3-2 ในนาทีสุดท้าย จากจังหวะที่ มาร์เซลล์ แยนเซ่น จ่ายให้ อิวิก้า โอลิช กองหน้าทีมชาติโครเอเชีย ยิงด้วยซ้ายผ่าน เด ซานติส เข้าไป


จบเกม ฮัมบูร์ก บุกมาเอาชนะ กาลาตาซาราย ไปอย่างสุดมัน 3-2 ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จด้วยสกอร์รวมสองนัด 4-3

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
กาลาตาซาราย : มอร์แกน เด ซานติส, เซอร์คาน คูร์ตูลุส, อายฮาน อัคมาน, ฮาคาน บัลต้า, โวลคาน ยามาน, ซาบรี ซาริโอกลู, บาริส ออซเบ็ค, อาร์ด้า ตูราน, ลินคอล์น, แฮร์รี่ คีเวลล์, มิลาน บารอส
สำรอง : ออร์คุน อูซัค, เซมิห์ คาย่า, เมห์เม็ต กูเวน, อัลพาร์สลัน เออร์เด็ม, ฮาซาน ซาส, ชาบานี่ นงด้า, อูมิต คาราน
ฮัมบูร์ก : แฟร้งค์ โรสต์, คอลลิน เบนจามิน, เจอโรม บัวเต็ง, ยอริส มาไธจ์เซ่น, เดนนิส อโกโก้, โจนาธาน ปิตรอยป้า, ดาวิด ยาโรลิม, อเล็กซ์ ซิลวา, มาร์เซลล์ แยนเซ่น, อิวิก้า โอลิช, โฮเซ่ เปาโล เกร์เรโร่
สำรอง : โวลฟ์กัง เฮสล์, ตูนาย โตรุน, ไมเคิ่ล กราฟการ์ด, มาร์เซลล์ เอ็นเยง, โทมัส รินคอน, อานิส เบน-ฮาติร่า
ผู้ตัดสิน : เปโดร โพรเอนก้า (โปรตุเกส)

สรุปผลการแข่งขันยูฟ่า คัพ รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2

เมตาลิสต์ คาร์เคียฟ (ยูเครน) ชนะ ดินาโม เคียฟ (ยูเครน) 3-2 (รวมผลสองนัดเสมอ3-3ดินาโม เคียฟเข้ารอบด้วยกฎประตูทีมเยือน)

ชัคเตอร์ โดเนทส์ค (ยูเครน) ชนะ ซีเอสเคเอ มอสโก (รัสเซีย) 2-0 (รวมผลสองนัดชัคเตอร์ โดเนทส์คเข้ารอบด้วยประตูรวม2-1)

เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก (รัสเซีย) ชนะ อูดิเนเซ่ (อิตาลี) 1-0 (รวมผลสองนัดอูดิเนเซ่เข้ารอบด้วยประตูรวม2-1)

กาลาตาซาราย (ตุรกี) แพ้ ฮัมบูร์ก (เยอรมัน) 2-3 (รวมผลสองนัดฮัมบูร์กเข้ารอบด้วยประตูรวม4-3)

อัลบอร์ก (เดนมาร์ก) ชนะ แมนฯ ซิตี้ (อังกฤษ) 2-0 (รวมผลสองนัดเสมอ2-2 แมนฯซิตี้เข้ารอบจากการชนะดวลจุดโทษ4-3)

บราก้า (โปรตุเกส) แพ้ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง (ฝรั่งเศส) 0-1 (รวมผลสองนัดปารีส แซงต์ แชร์กแมงเข้ารอบด้วยประตูรวม1-0)







ขอบคุณข้อมูลจาก: สยามกีฬา

No comments:

Post a Comment

 

Copyright 2008 All Rights Reserved Revolution Two Church theme by Brian Gardner Converted into Blogger Template by Microebook.com